กลุ่มบริษัท อีสเทิร์นเฮิร์บ และเวชกรโอสถ เดินหน้านำผลิตภัณฑ์สมุนไพรเคอร่า (Kerra) ระดมแจกช่วยบุคลากรทางการแพทย์ และผู้ป่วย ศูนย์พักคอย รพ.สนาม ชูเคล็ดลับยับยั้ง เชื้อโควิค-19 สูงกว่าฟ้าทะลายโจร 2,200 เท่า พร้อมเผยที่มาสูตรยาตักศิลาสมุนไพรดั้งเดิมในคัมภีร์แพทย์ศาสตร์ฉบับหลวงโบราณ

นายภัทร หนังสือ ประธานกรรมการ บริษัท อีสเทิร์นเฮิร์บ และเวชกรโอสถ ผลิตภัณฑ์สมุนไพรเคอร่า (Kerra) พร้อมแพทย์หญิงเกษกมล เปลี่ยนสมัย, นางพัชรวลัย รัตนศิริวัฒนา และทีมงานลงพื้นที่ นำยาสมุนไพรเคอร่า (Kerra) จำนวน 400 กระปุก มอบให้กับทางศูนย์พักคอย โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแหลมฟ้าผ่า จ.สมุทรปราการ โดยมีนายณรงค์ สุกใส ผู้ช่วยสาธารณสุข อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ พร้อมทีมงานบุคลากรทางการแพทย์เป็นผู้รับมอบ เพื่อใช้กับบุคลากรทางการแพทย์ในศูนย์พักคอยและผู้ป่วย Home Isolation เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการยับยั้งอาการของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ต่อไป

โดยนายภัทรฯ เปิดเผยว่า สำหรับยาเคอร่า (Kerra) ที่นำมามอบให้ในครั้งนี้ เป็นยาตำรับสมุนไพร ที่ใช้สมุนไพรที่เป็นส่วนผสมหลักเก้าชนิด ซึ่งได้สูตรยาตั้งแต่ดั้งเดิมเป็นคัมภีร์ตักศิลา อยู่ในคัมภีร์แพทย์ศาสตร์ฉบับหลวง พิมพ์ตั้งแต่ปี 2440 ในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยได้นำตำรับยา ในแพทย์ศาสตร์ฉบับหลวง ก็คือเดิมชื่อ “ยาครอบไข้ตักศิลา” ในคัมภีร์ตักศิลา ตัวยาครอบไข้ตักศิลานี้  ทางบริษัทฯ ได้นำมาพัฒนา ปรับเปลี่ยนตัวยาให้เหมาะสมกับการจัดหาตัวยาในปัจจุบัน รวมทั้งพัฒนากรรมวิธีการผลิต โดยใช้ความร้อนและความเย็นในการสกัดและเพิ่มประสิทธิภาพของตัวยาให้สูงขึ้น จนมีผลในการยับยั้งไวรัสได้สำเร็จ

ทั้งนี้ จากผลการวิจัยในห้องทดลองของห้องปฏิบัติการชีวเคมี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ยืนยันถึงผลการวิจัยทดลองชัดเจนว่า ยาสมุนไพรเคอร่า(Kerra) มีประสิทธิภาพในการยับยั้งเอนไซม์กลไกหลักในการขยายตัวของไวรัส ที่ชื่อ main protease (เมนโปรติเอส) ที่ไวรัสโควิด-19 ใช้ในการขยายตัวเพิ่มจํานวนในร่างกาย ซึ่งมากกว่าหรือสูงกว่าฟ้าทะลายโจร 2,200 เท่า ซึ่งมีประสิทธิภาพการยับยั้งเอนไซม์ main protease ที่สูงกว่าฟ้าทะลายโจร และสูงกว่ายาแผนปัจจุบันหลายชนิดที่เป็นยาต้านไวรัส  ซึ่งที่ผ่านมาโควิดสายพันธุ์เดลต้า ที่ทราบกันว่าสามารถขยายตัวเร็วกว่าสายพันธุ์เบต้า เป็นพันเท่า เป็นการขยายตัวเร็วมาก จึงต้องทำการศึกษาวิจัยตัวมาสกัดกั้นการขยายตัวของไวรัสไม่ให้ขยายตัวในร่างกายเร็วเกินไป จนทำให้เกิดภาวะที่เป็นอันตรายที่ลุกลามลงปอด จนต้องใส่ท่อช่วยหายใจ ให้ออกซิเจน ซึ่งค่อนข้างเป็นอันตรายและทำให้เกิดการสูญเสียที่เกิดขึ้น ยาเคอร่า(Kerra) จึงเป็นทางเลือกหนึ่งในการรักษาผู้ป่วย และป้องการการเสียชีวิตที่เกิดขึ้น และยืนยันว่ายาชนิดดังกล่าวสามารถกินยาต่อเนื่องที่ไม่ผลข้างเคียงด้วยโดยเฉพาะโรคไต ที่มีความกังวลใจเรื่องของการทานยาสมุนไพรด้วย

วิธีการกิน ยาสมุนไพรยาเคอร่า (Kerra) ของเราต้องกัดให้แตกซึ่งยาจะกระจายไปจับในลำคอ ซึ่งจะสกัดเขื้อโรคที่จะลงสู่ปอดเป็นด่านแรกของการแพร่กระจายของไวรัส  โดยบุคลากรทางการแพทย์ที่เสี่ยง สามารถกินเพื่อสกัดการติดเชื้อได้เลยวันละ 2 ครั้ง เช้าก่อนเข้าพื้นที่ปฎิบัติงานและก่อนนอนครั้งละ 2 เม็ด เพราะไม่รู้จะติดเชื้อเมื่อไหร่ตอนนี้มีการทดสอบพบว่า คนที่กินยาสามารถยับยั้งการติดเชื้อได้ค่อนข้างดี ยืนยันว่ากินต่อเนื่องโดยไม่มีผลข้างเคียงใดๆ ด้วย ” นายภัทร์ฯ กล่าว

อย่างไรก็ตาม การแจกจ่ายยาให้กับศูนย์พักคอยในครั้งนี้ ตนเห็นว่าองค์กรของตนเป็นองค์กรเอกชนเล็กๆ ที่พยายามช่วยเหลือสังคมตามกำลังที่พอจะทำได้ และพยายามที่จะช่วยหน่วยงานต่างๆ เพื่อที่จะสร้างความปลอดภัยกับผู้ป่วยและพี่น้องประชาชนให้ได้มากที่สุด เพราะคิดว่าในครอบครัวที่อยู่กันหลายคน แล้วเกิดการสูญเสียในอนาคต จะก่อให้เกิดปัญหาสังคมต่างๆ ตามมา เด็กจะกำพร้า จึงพยายามคิดค้นตัวยาที่จะหยุดการสูญเสีย จึงได้นำยาบางส่วนไปแจกให้ รพ.สนาม  และศูนย์พักคอย ตามกำลังที่พอจะทำได้

นายภัทรฯ กล่าวด้วยว่า ในส่วนที่มีข่าวว่าผลิตภัณฑ์สมุนไพรเคอร่า (Kerra) มิได้มีสรรพคุณหรือมีฤทธิ์ในการช่วยรักษาการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และไม่มีผลวิจัยที่ได้รับยอมรับ รวมถึงที่มีข่าวว่า ทางกระทรวงสาธารณสุข ได้สั่งห้ามจำหน่ายยาเคอร่า (Kerra) นั้น ตนยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เพราะที่ผ่านมาทางบริษัทฯ ได้ออกมาชี้แจ้งให้ประชาชนรับทราบว่า ไม่เคยโฆษณาชวนเชื่อ และเกินจริงว่าสามารถรักษาอาการป่วยโควิดได้ แต่มีผู้ป่วย COVID-19 ที่ได้ทานยาเคอร่า (Kerra) ที่เรานำเอาไปให้ทานแล้วหายเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะใน รพ.สนาม ในหลายพื้นที่  จากนั้นก็มีการบอกต่อๆ กันไป ทำให้ปัจจุบันนี้มีผู้สนใจและสั่งซื้อยามาในแต่ละวันเป็นจำนวนมาก โดยผู้ที่สนใจยาสมุนไพรเคอร่า (Kerra) สามารถแอดไลน์ @herbline  หรือ https://shop.line.me/@herbline เข้ามาสั่งซื้อได้โดยตรงที่เดียวเท่านั้น และยืนยันว่าไม่ได้มีตัวแทนจำหน่ายโดยเด็ดขาด

จากนั้น นั้นนายภัทรฯ พร้อมทีมงานได้เดินทางไปยัง สำนักงานเขตคันนายาว เพื่อไปมอบยาสมุนไพรเคอร่า (Kerra) จำนวน 400 กระปุก โดยมีนายชูชาติ พุ่มน้อย ผอ.เขตคันนายาว โดยมี พ.ต.อ.ชัยรพ จุณณวัตต์ จิตอาสา 904 สังกัดตำรวจนครบาล พร้อมทีมงานเป็นผู้รับมอบ  เพื่อมอบให้กับประชาชนผู้ติดเชื้อที่รอการช่วยเหลือต่อไป

นอกจากนั้นได้มอบยาสมุนไพรเคอร่า (Kerra) ให้กับ พ.ต.อ.ธีรยุทธ ใหม่แปง ผกก.สน.บึงกุ่ม และ พ.ต.อ.กิตติ แสงศิริวุฒิ ผกก.สน.บางชัน เพื่อนำไปมอบต่อให้กับเจ้าหน้าที่ส่วนหน้าของ สน.บึงกุ่ม จำนวน 100 กระปุก และ สน.บางชัน จำนวน 100 กระปุก เพื่อแจกจ่ายให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฎิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงต่อไปด้วย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: