เที่ยวจังหวัดสุพรรณบุรี สัมผัสชีวิตและจิตวิญญาณ ที่แสนมหัศจรรย์

องค์​การบริหาร​พื้นที่พิเศษ​เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน อพท.โดยมี ดร.สมจินต์​ ชาญกระบี่​ ผู้จัดการสำนักงานพื้นที่พิเศษ​ 7​ จับมือกับคุณวรางคณา​ สุเมธวัน​ ประธาน​ชมรมสื่อมวลชนส่งเสริม​การ​ท่องเที่ยว​ ชสท.​นำสื่อมวลชนและสมาชิกเดินทางเข้าพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี​ เพื่อสนับสนุนโครงการที่จะสร้างเมืองสุพรรณบุรี​ ถึงความเตรียมในการเป็นเมืองดนตรีอย่างไรบ้าง​ เพราะ​สุพรรณบุรีน่าจะเป็นจังหวัดเดียวที่มีปูชนียบุคคลด้านดนตรีระดับสุดยอด ร่วมยุค​ ร่วมสมัย​ ถึง​ 5​ สายธาร​ คือ​ เบญจภาคีดนตรีสุพรรณ​ ได้แก่เพลงไทยเดิม  เพลงพื้นบ้าน​ เพลงลูกทุ่ง​ เพลงเพื่อชีวิต​ และเพลงสตริง​ ซึ่งศิลปินทุกท่านยังคงมีกิจกรรมทางด้านดนตรีและผลงานเพลงอย่างต่อเนื่อง​ ยกเว้น​ ครูแจ้ง​ คล้ายสีทอง​ ที่ได้ล่วงลับไปแล้ว​ จึงเป็นหน้าที่ของสื่อมวลชนอย่างเราที่จะช่วยกันเผยแพร่​ ผลักดัน​ ผนึกภาคี​​ ให้ผลงานเหล่านั้นผ่านไปสู่การรับรู้เพื่อการยอมรับของกลุ่มสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ด้านดนตรีจากยูเนสโก้​ เพื่อที่จะยกระดับเมืองสุพรรณสู่สากล

จุดแรกไปกราบหลวงพ่อโตที่วัดป่าเลไลย์​ วัดเก่าแก่คู่เมืองสุพรรณบุรี​ มีสิ่งปลูกสร้าง​หลายอย่างเป็นที่สักการะ​ของคนทั่วไป​ ภายในวัดยังมีรูปปั้นราชาเพลงลูกทุ่งสุรพล​ สมบัติ​เจริญ​ และ​ สายัณห์​ สัญญา​ ยังมี​ คุ้มขุนช้าง​ อยู่ภายในวัด​ และที่น่าทึ่งอีกอย่างหนึ่งคือศาลาครอบวิหารหลวงพ่อโต​ ยังมีจิตรกรรม​ฝาผนัง​ เป็นเรื่องราวของขุนช้าง​ ขุนแผน​ เขียนมาจากวรรณคดี​ที่โด่งดัง​ของชาวเมืองสุพรรณบุรี​ที่ผูกพันกันมาอย่างยาวนาน​

“บ้านครูจิราภรณ์​” เรือจ้างที่ใช้ใจในการสร้างลูกศิษย์​ที่สนใจในการเรียนดนตรีไทยมาอย่างยาวนาน​ บนบ้านทรงไทยแบบสุพรรณบุรี​อันสวยงาม​ ขึ้นไปเยี่ยมชมถึงการแสดงดนตรีไทยระดับครูบาอาจารย์​ต้อนรับสื่อมวลชนจากส่วนกลางเดินทางมาเก็ลรายละเอียด​เพื่อเผยแพร่​กิจกรรม​ในด้านศิลปวัฒนธรรม​ไทย​ เพื่อให้องค์การยูเนสโก​ได้มองเห็นคุณค่าของเมืองศิลปะการแสดง​ดนตรีไทยเต็มรูปแบบเบญจภาคี​

เราเยี่ยมชม​ นาเฮียใช้​ ที่ยิ่งใหญ่อลังการของวิถีชีวิต​ชาวนายุคใหม่​ แม่ขวัญจิต​ แม่เพลงอีแซวที่โด่งดังและเป็นศิลปินแห่งชาติ ท่านยังแข็งแรงและมีรอยยิ้มอย่างอิ่มสุขเมื่อเจอกับเพื่อนพี่น้องร่วมรุ่นมาเจอหน้ากันอย่างคาดไม่ถึง​ การพูดคุยออกรสและร้องเพลงอีแซวให้ฟังและร่วมกันถ่ายรูป​ร่วมกันเพื่อเป็นที่ระลึก​ พอดีเจ้าของพื้นที่นาเฮียใช้คือทายาทเฮียใช้เดินทางมาถึงเลยมีโอกาสได้มาร่วมถ่ายรูป​ด้วยกันและสัมภาษณ์​ให้ความรู้

นาเฮียใช้ เป็นพื้นที่จัดการบริหารการทำนาแบบทันสมัยโดยใช้เครื่องมือมาจากประเทศไต้หวัน​ เฮียใช้เจ้าของนามีพื้นที่มากถึง​ 86 ไร่และจัดการสร้างสรรค์​สถานที่ด้วยการสร้างถนนเข้าสู่ท้องนาและวางแผนผังการจัดการได้อย่างลงตัว​ ทั้งการสร้างโรงงานผลิตต้นกล้า​ข้าว​ ซึ่งจัดเอาไว้เป็นระบบด้วยเครื่องมือทุกอย่าง​ แม้กระทั่ง​การรดน้ำกล้าข้าวยังต้องใช้เครื่อง​มือทันสมัยมาก​ การจัดรูปแบบของการปลูกข้าว​ ปลูกพืชผัก​ เลี้ยงไก่​ เลี้ยงเป็ด​ เลี้ยงกบ​ เลี้ยงปลา​ มีการขุดบ่อกักเก็บน้ำกลายเป็นบึงบัวที่สวยงาม​ มีเรือพายเก็บบัวด้วย​ ตอนนี้​กำลังสร้างที่พักเพื่อให้เยาวชน​ได้มาจัดกิจกรรม​และเรียนรู้ศาสตร์​พระราชา​ เศรษฐกิจ​พอเพียงด้วยพระราชดำริของในหลวง​ ร​.9​ ซึ่งเฮียใช้บอกว่าฉันเกิดในรัชกาล​ที่​ 9​ แม้ว่าเฮียใช้​จะจากโลกนี้ไป​ ทิ้งมรดกทางวัฒนธรรม​วิถีชีวิตชาวนาให้ลูกหลานได้สืบไป

การจัดวางแผนผังของผืนนา​ 86​ ไร่จัดระบบได้อย่างสวยงาม​ มีเรือนรับรอง มีกระท่อมไม้ไผ่เป็นที่พักผ่อนในยามที่ปั่นจักรยาน​ชมท้องทุ่งนา​ มีหอคอยให้ดูมุมสูงที่กว้างไกล​ หลายจุดในพื้นที่ท้องนา​ การเดินทาง​เข้ามาเรียนรู้การทำนาแบบมีรูปแบบทันสมัย​ มีการจำหน่ายเมล็ดพันธุ์​ข้าวและผลิตต้นไม้ดอกไม้ขาย​ นาเฮียใช้​ อยู่ในเขตอำเภอเมืองอยู่หมู่​ 8 ตำบลบ้านโพธิ์​ อำเภอเมือง​ จังหวัด​สุพรรณบุรี​ นาเฮียใช้​ น่าสนใจมาก​ มีร้านกาแฟ​ และ​ ร้านขายของที่ระลึก​ มีผักปลอดสารพิษ​เอาไว้ขายในราคาไม่แพง​ถ้าสนใจแวะไปสัมผัสและเรียนรู้​วิถีชีวิต​ของชาวนายุคใหม่เขาทำนาอย่างไรเราถึงได้กินข้าวแสนอร่อย​ กว่าจะได้ข้าวมามันยากลำบากแค่ไหน​ 

 “คุ้มขุนแผน” อยู่ภายในบริเวณวัดแค​ โดยองค์​การบริหาร​ส่วนจังหวัด​สุพรรณบุรี​และชาวสุพรรณ​บุรีร่วมกับบริจาคสร้าง  ซึ่งเป็นเรือนไทยทรงโบราณแบบดั้งเดิม​ ประกอบ​ ไปด้วยเรือนใหญ่ตรงกลางเป็นโถงกว้างมีเรือนลูก​ เชื่อมอยู่ด้านข้าง​ มีมุกยื่นออกมาด้านหน้า​ บันไดทางขึ้นกว้างเท่ากับมุกหน้าดูเป็นสง่าสวยงามแบบเรือนไทย

ภายในบริเวณ​คุ้มขุนแผนจะมีต้นมะขามยักษ์ 1000 ​ปี และต้นโพธิ์​ใหญ่​ อยู่ติดริมฝั่งแม่น้ำสุพรรณ​ มีพระพุทธรูป​เกจิอาจารย์​อยู่ด้านข้าง​ การจัดแต่งสวนสวยงามอย่างลงตัว​ ทุกวันหยุดจะมีการจัดดนตรีในสวนเ ร้องเพลงของเลือดศิลปิน​ชาวสุพรรณ​ที่กำลังสร้างปรากฏการณ์​ให้เป็นที่สนใจต่อองค์​การยูเนสโก้​ เพื่อยกให้สุพรรณบุรี​กลายเป็นเมืองมรดกโลกทางศิลป​วัฒนธรรม​อีกแห่งหนึ่งที่น่าติดตามและได้เยี่ยมชมนิทรรศการ​สิบรอบปีของครูมนตรี​ ตราโมท ศิลปิน​แห่งชาติ​คนแรกของชาวสุพรรณบุรี​ และมีอาจารย์​ทางดนตรีไทยได้สืบทอดเจตนารมณ์​ในการสร้างสรรค์​ฆ้องวงในรูปแบบล้ำนำสมัยให้คนรุ่นใหม่ได้หลงไหลดนตรีไทย

นมัสการ “พระพุทธปุษยคีรีศรีสุวรรณ​ภูมิ” หรือ​ “หลวงพ่ออู่ทอง” พระพุทธรูป​แกะสลักบนหน้าผาพิงเขาสูงใหญ่อย่างงดงาม​ ซึ่งประดิษฐานอยู่ภายในพุทธมณฑลประจำจังหวัด​สุพรรณบุรี​ เป็นศูนย์​รวมแห่งพระพุทธศาสนา​ และเป็นที่เคารพสักการะ​ เป็นแลนด์มาร์ค​แห่งใหม่ของอำเภออู่ทอง​ซึ่งทางพุทธ​มณฑล​ ได้จัดตกแต่งสถานที่อย่างรีบเร่งเพื่อให้เกิดความสวยงาม​และความขลังของ “หลวงพ่อ​อู่ทอง” องค์​นี้ซึ่งสาธุ​ชนใจบุญหลั่งไหล​เข้าไปกราบกันอย่างคับคั่ง​ในช่วงวันหยุด​

ชุมชนบ้านดงเย็น​ ชุมชนนวัตวิถีชีวิตเรียบง่ายแต่แข็งแกร่ง​โดยการดูแลของ​อพท.กับอาหารพื้นถิ่น​มื้อกลางวันแสนอร่อย​ มีความหลากหลายซึ่งหากินไม่ได้จากแหล่งอื่น​

สถานที่ท่องเที่ยว และสถานที่ที่แสดงถึงชีวิต และ จิตวิญาณ ของขาวสุพรรณบุนียังมีอีกมากมาย ความเป็นตัวตนที่โดดเด่น ทั้งศิลปวัฒนธรรม เสียงเหน่อที่เป็นเอกลักษณ์ จนมีหลายคนพูดว่า ก็เพราะเสียงเหน่อทีล่ะที่ทำให้คนสุพรรณบุรีร้องเพลงเพราะ… ขอขอบคุณ​คุณตุ๊ก​ ฝ่ายประชาสัมพันธ์​องค์กร​ อพท.และคุณรัน​ ที่ช่วยเทคแคร์​ช่วยเหลือให้ข้อมูล​ตลอดเส้นทาง​ คิดว่าคงมีโอกาสได้มาร่วมงานกับ​ อพท.ในโอกาสต่อๆไป

คุณวรางคณา​ สุเมธวัน​
ประธาน​ชมรมสื่อมวลชนส่งเสริม​การ​ท่องเที่ยว​ ชสท.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s